สัมภาษณ์ Nathan Halaba: ความเรียบง่าย วินัย และเทรดเดอร์ชาวแอฟริกัน
Nathan Halaba เชื่อว่าการพัฒนาในการเทรดระยะยาวเกิดจากวินัย ความเรียบง่าย การรับความเสี่ยงอย่างมีการคำนวณ และความคาดหวังที่สมเหตุสมผล ในการสัมภาษณ์นี้ เทรดเดอร์และผู้ให้ความรู้จะอธิบายว่าหลักการเหล่านี้หล่อหลอมอาชีพและชุมชนของเขาอย่างไร
Nathan ใช้เวลากว่าเจ็ดปีพัฒนาแนวทางที่ยึดการวิเคราะห์พฤติกรรมราคา (Price Action) ตามเซสชั่นตลาด การรับความเสี่ยงอย่างมีการคำนวณ และรายการเฝ้าดูที่คัดมาอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นแกนหลัก ในการสัมภาษณ์นี้ สมาชิก Exness Team Pro คนล่าสุดเล่าถึงความผิดพลาดในช่วงเริ่มต้น กฎที่ช่วยให้เขาควบคุมการเทรดเกินความจำเป็น และเหตุผลที่การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ที่เขามีต่อเทรดเดอร์ชาวแอฟริกัน
คุณเริ่มต้นเส้นทางการเทรดได้อย่างไร
ผมเริ่มเทรดตอนเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อกว่าเจ็ดปีก่อน ความอยากรู้อยากเห็นคือเหตุผลหลัก ผู้คนพูดถึงการเทรดออนไลน์และความเป็นไปได้ที่จะมีอิสระทั้งทางการเงินและชีวิตส่วนตัวมากขึ้น และผมอยากเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร
ตอนนั้นคนจำนวนมากในพื้นที่ของผมยังระแวงธุรกิจออนไลน์อยู่ ดังนั้นบางครั้งผมก็ลังเลแม้แต่จะบอกว่าผมเทรด พอเข้าปีสามหรือปีสี่ ผมเริ่มเห็นว่าการเทรดมีศักยภาพจะกลายเป็นอาชีพได้ แต่ผมจำเป็นต้องปรับวิธีการของตัวเอง
สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อคุณเริ่มมองการเทรดเป็นอาชีพ
ช่วงแรก ๆ ผมอยากก้าวหน้าให้เร็วเกินไป ผมเปลี่ยนจากแนวทางหนึ่งไปอีกแนวทางหนึ่งทุกครั้งที่เห็นใครนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ท้ายที่สุดผมก็รู้ว่า ผมต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเทรด ควรเทรดอะไร ควรเทรดอย่างไร และที่สำคัญคือเมื่อไหร่ไม่ควรเทรด การมองการเทรดเป็นอาชีพระยะยาวทำให้วินัยและการบริหารความเสี่ยงสำคัญขึ้นมาก
การศึกษากลายมาเป็นส่วนหนึ่งของงานคุณได้อย่างไร
มันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยของผม นักศึกษาคนอื่น ๆ จะเห็นผมดูกราฟระหว่างคาบเรียน ข่าวแพร่ไปเรื่อย ๆ และผู้คนก็เริ่มขอให้ผมอธิบายเรื่องการเทรด หรือให้ผมแสดงให้ดูว่าผมทำอะไรอยู่ มันเริ่มยากที่จะสอนทุกคนแบบรายบุคคล ผมเลยตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้กระบวนการเป็นระบบและประสานกันได้มากขึ้น
ท้ายที่สุดกลุ่มนั้นก็พัฒนามาเป็น Forex Supremes ที่จัดเซสชั่นทั้งออนไลน์และแบบพบกันตัวต่อตัว การศึกษากลายเป็นการต่อยอดจากเส้นทางของผม เพราะผมอยากให้คนอื่นหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่ผมต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าใจ
สาเหตุที่คุณหลีกเลี่ยงการทำให้ "กำไร" เป็นแกนหลักของเนื้อหา
ผมแสดงผลลัพธ์เป็นครั้งคราว แต่ถ้ากำไรเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ใครสักคนรู้สึกอยากทำตาม พวกเขาอาจตั้งความคาดหวังที่ไม่สมจริงได้ ผมอยากให้เห็นกลยุทธ์ วินัย การบริหารความเสี่ยง และวิธีคิดเบื้องหลังการตัดสินใจมากกว่า เป้าหมายของผมคือช่วยให้ผู้คนขยับจากกรอบความคิดแบบเก็งกำไรหรือชอบเสี่ยง ไปสู่การคิดแบบมีวินัย มีโครงสร้าง และมองระยะยาว
สำหรับคุณแล้ว “ความเรียบง่ายคือการทำกำไร” หมายความว่าอย่างไร
เทรดเดอร์หลายคนรู้สึกหนักใจ เพราะเชื่อว่าต้องทำมากกว่านี้และทำให้ตลาดซับซ้อนเกินความจำเป็น ผมเชื่อว่าเส้นทางที่เรียบง่ายและมีโครงสร้างจะช่วยให้เทรดเดอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมมักพูดว่า “ความเรียบง่ายคือการทำกำไร” มันไม่ได้เป็นคำสัญญาว่าระบบที่เรียบง่ายจะทำกำไรได้เสมอไป แต่มันหมายถึงการตัดความซับซ้อนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการของตัวเองและทำตามได้อย่างสม่ำเสมอ
ช่วยอธิบายกลยุทธ์การซื้อขายของคุณ
แนวทางของผมหลักๆ คือการอ่านพฤติกรรมราคาตามเซสชั่น ผมเทรดมากที่สุดในช่วงเซสชั่นลอนดอนและนิวยอร์ก และใช้ราคาเปิดรายวัน รวมถึงโซนที่สนใจที่เลือกไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นส่วนใหญ่ของกระบวนการของผม แต่ผมก็พิจารณาปัจจัยพื้นฐานด้วย เพราะข่าวและเหตุการณ์วงกว้างสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมราคาได้
ผมชอบตัดสินใจโดยอิงจากราคา มากกว่าการพึ่งพาอินดิเคเตอร์เป็นหลัก เครื่องมือทางการเงินหลักของผมคือ Nasdaq ทองคำ และ Bitcoin ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเทรด Nasdaq บ่อยจนคนเริ่มเรียกผมว่า “Mr Nas” การมีรายการเฝ้าดูที่จำกัดยังช่วยเสริมวินัยด้วย หากในตลาดที่ผมถนัดไม่มีโอกาสที่เหมาะสม ผมจะไม่สุ่มไปหาจุดเข้าเทรดจากที่อื่น

เข้าเทรดทองคำ
เทรดทองคำในบัญชีทดลองแบบไม่มีความเสี่ยง หรือเทรดด้วยบัญชีจริงด้วยการดำเนินการคำสั่งซื้อขายที่แม่นยำกว่าใครในตลาด*
*หมายถึงอัตราสลิปเพจเฉลี่ยสำหรับการซื้อขาย CFD ใน XAUUSD, USOIL และ BTC เทียบกับโบรกเกอร์อื่นอีกสี่ราย (ก.ย. 2567 – ก.ค. 2568) อาจเกิดสลิปเพจได้
มีการขาดทุนครั้งไหนที่เปลี่ยนแนวทางของคุณไปเลยไหม
ใช่ ในปี 2018 ผมถือสถานะใน GBPUSD และ GBPJPY ในช่วงที่เกิดความผันผวนจาก Brexit ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าข่าวสามารถส่งผลต่อตลาดได้มากแค่ไหน ราคาเคลื่อนไหวแรงสวนทางกับผม และบัญชีก็ถูกล้าง
มันเจ็บปวดมาก แต่ก็ทำให้ผมหันไปค้นคว้าว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเคลื่อนไหวนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคไม่ใช่ภาพทั้งหมด: เทรดเดอร์ยังต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมของปัจจัยพื้นฐาน และโอกาสที่จะเกิดความผันผวนรอบเหตุการณ์สำคัญด้วย
วิธีที่คุณรับมือกับความเสี่ยงตอนนี้
ผมพยายามทำให้เห็นชัดถึงความเสี่ยงที่จะขาดทุนก่อนที่ผมจะเข้าเทรด มันถูกคำนวณไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ค่อยมารู้หลังจากเปิดสถานะแล้ว นั่นไม่ได้ทำให้การขาดทุนเป็นเรื่องดี แต่ทำให้ยอมรับได้ง่ายขึ้น เพราะมันถูกยอมรับไว้แล้วว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผน
ผมให้ความสำคัญกับการกำหนดว่าพร้อมเสี่ยงได้แค่ไหนก่อน แล้วค่อยคิดว่าผมอาจได้กำไรเท่าไร เครื่องมือช่วยทำให้พารามิเตอร์ของสถานะชัดเจนขึ้นได้ แต่เทรดเดอร์ก็ยังต้องยึดตามแผนอยู่ดี
กฎที่ช่วยให้คุณเลี่ยงการเทรดมากเกินไป
กฎของผมคือเทรดวันละหนึ่งหรือสองครั้ง ถ้าเทรดแรกขาดทุน ผมจะพักจากเซสชันนั้น และอาจกลับมาใหม่ในเซสชันถัดไปด้วยสภาพจิตใจที่สดใหม่กว่าเดิม ถ้าเทรดที่สองขาดทุนด้วย วันนั้นก็จบ การพักจะช่วยไม่ให้ความหงุดหงิดส่งผลต่อการตัดสินใจครั้งต่อไปในทันที
ปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทต่อการเทรดของคุณไหม
ผมไม่ได้พึ่งพา AI มากนักในการตัดสินใจเทรด เพราะการเคลื่อนไหวของราคาให้ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ผมใช้ ผมเห็นประโยชน์ในเครื่องมือที่ช่วยให้ทบทวนและรับผิดชอบต่อการเทรดของตัวเองได้มากขึ้น เช่น เครื่องมือที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลในบันทึกการเทรด เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้เราไม่ต้องใช้วิจารณญาณและวินัย
สิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากคอมมูนิตี้การเทรดของคุณ
การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดที่เห็นคือเรื่องความคาดหวัง บางคนเข้ามาโดยอยากเห็นผลลัพธ์ทันที แต่คำถามของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป แทนที่จะถามว่าพวกเขาจะทำเงินได้วันละเท่าไร พวกเขากลับถามว่าจะทำอย่างไรให้มีวินัยมากขึ้น เมื่อผู้คนเริ่มมองการเทรดเป็นอาชีพระยะยาว บทสนทนาก็จะสร้างสรรค์ขึ้นและสมจริงมากขึ้น
ความสัมพันธ์ของคุณกับ Exness เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร
มันพัฒนาไปอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ตอนแรกผมก็ยังระมัดระวังอยู่ ก่อนหน้านี้ผมเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับโบรกเกอร์รายอื่น และผมอยากปกป้องความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่สร้างไว้กับผู้ติดตามของผม
ตอนที่ Exness ติดต่อมา ผมขอเวลาเพื่อทดลองใช้งานแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจ ผมพิจารณาประสบการณ์การเทรดโดยรวม รวมถึงสเปรด การดำเนินการคำสั่งซื้อขาย การถอนเงิน และตัวแพลตฟอร์มเองด้วย ผมอยากให้ทุกอย่างที่ผมพูดกับคอมมูนิตี้อิงจากประสบการณ์ของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดซ้ำตามที่ได้ยินมาจากคนอื่น
เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็เห็นว่า Exness สนับสนุนคอมมูนิตี้ของเทรดเดอร์ด้วยเช่นกัน สิ่งนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่ผมให้ความสำคัญ และความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากตรงนั้น
การได้เข้าร่วม Exness Team Pro มีความหมายต่อคุณอย่างไร
นี่เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้น เพราะทำให้ผมได้ต่อยอดงานของตัวเองไปไกลกว่าระดับท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในวงกว้างมากขึ้น ผมมองว่านี่คือแพลตฟอร์มที่จะได้เดินหน้าให้ความรู้แก่เทรดเดอร์ต่อไป และแบ่งปันประสบการณ์ที่ช่วยให้ผมก้าวผ่านอุปสรรคของตัวเองมาได้
อยากให้เทรดเดอร์เข้าใจว่า ความท้าทายที่พวกเขาเผชิญไม่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขาเพียงคนเดียว ในฐานะสมาชิก Exness Team Pro ผมหวังว่าจะได้เป็นตัวแทนเทรดเดอร์ชาวแอฟริกัน และมีส่วนร่วมกับคอมมูนิตี้การเทรดระดับโลกในวงกว้าง
คุณมองอนาคตของการเทรดทั่วแอฟริกาอย่างไร
สภาพแวดล้อมมีการแข่งขันมากขึ้น โดยมีแพลตฟอร์ม ผู้ให้ความรู้ และความร่วมมือเพิ่มขึ้น ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยสร้างโอกาสให้มีการพูดคุยและการเรียนรู้มากขึ้น เมื่อตลาดเติบโตขึ้น การเป็นที่รู้จักต้องมาพร้อมคำแนะนำที่เป็นจริงเกี่ยวกับความเสี่ยง วินัย และเวลาที่จำเป็นต่อการพัฒนา
บทเรียนเดียวที่คุณอยากให้เทรดเดอร์จดจำคืออะไร
ถ้ามีสิ่งใดที่อยากให้จำไว้ นั่นคือวินัย วินัยช่วยให้ไปต่อได้ในระยะยาว มันช่วยให้คุณยึดตามแผน ป้องกันการตัดสินใจที่ไม่จำเป็น และทำให้คุณพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป กลยุทธ์สำคัญก็จริง แต่ถ้าไม่มีวินัยที่จะทำตาม กลยุทธ์ก็ทำหน้าที่ของมันไม่ได้
ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาไม่อาจใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ผลการดำเนินงานในอนาคต เงินลงทุนของคุณมีความเสี่ยง โปรดเทรดอย่างรอบคอบ